รับซื้อเพชร

รับผลิตอาหารเสริม

ทางเว็บไม่อนุญาตให้โพสโฆษณา ประชาสัมพันธ์ใดๆ ทั้งสิ้น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเว็บไซต์ หากพบทางเว็บจะทำการลบทันที


มรณกาลแห่งครูบาขาวปี ที่ทุ่งเสลี่ยม

  • 0 ตอบ
  • 65 อ่าน
*

ออฟไลน์ ฮักล้านนา

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • 523
  • 306
    • ดูรายละเอียด
    • วัดร่องขุ่น
มรณกาลแห่งครูบาขาวปี ที่ทุ่งเสลี่ยม
« เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2019, 07:57:19 PM »
น้อยคนนักที่จะทราบว่า "ครูบาอภิชัยขาวปี" ถึงแก่มรณภาพที่ "ดินแดนล้านนาแห่งกรุงสุโขทัย" ทุ่งเสลี่ยมบ้านเรา ท่านมรณภาพที่ หน้าวัดท่าต้นธงชัย ตำบลไทยชนะศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม
หลายคนคงคิดว่า "นักบุญแห่งเวียงลี้" ผู้เป็นศิษย์เอกมือขวาของครูบาเจ้าศรีวิชัยรูปนี้ ท่านคงมรณภาพแถบวัดพระบาทผาหนามหรือพระบาทตะเมาะ ละแวก อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน - อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่

ความจริงก็คือ ในช่วงก่อนมรณภาพท่านปรารภว่าอยากไปถวายทานที่พระธาตุจอมสวรรค์ ตำบลดงดำ อำเภอลี้ อีกสักครั้ง อันเป็นบุญสถานที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยกับท่านเคยร่วมกันฟื้นฟู แต่ยังมิทันได้ไปก็มีศรัทธาถึงสองรายมานิมนต์ขอบารมีท่านให้ไปช่วยเป็นประธาน “นั่งหนัก” ในการก่อสร้างเสนาสนะ ทั้งๆที่ตอนนั้นสุขภาพของท่านก็ไม่สู้จะแข็งแรงนัก ด้วยวัยชราภาพมากถึง ๘๘ ปีแล้ว

แต่ด้วยความที่ท่านมีเมตตาสูงอยากจะช่วยเหลือการพระศาสนาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่านจึงจัดลำดับการรับนิมนต์ดังนี้ ขณะนั้นท่านพำนักอยู่ที่ทุ่งหัวช้าง ลำพูน ท่านจำเป็นต้องตัดกิจนิมนต์ที่พระธาตุจอมสวรรค์ ตำบลดงดำ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนออกไปก่อน ท่านรับนิมนต์ไปวัดสันต้นแฮม (สันทุ่งฮ่าม)จังหวัดลำปางก่อน ที่นั่นท่านประทับรอยหัตถ์รอยบาทไว้บนแผ่นปูนด้วย ต่อจากลำปางท่านรับนิมนต์ชาวบ้านท่าต้นธงชัย ตำบลไทยชนะศึก อำเภอทุ่งเสลี่ยม ซึ่งเป็นเขตจังหวัดสุโขทัยแล้ว แต่ชาวบ้านที่นี่เป็นชาวล้านนาจึงมีศรัทธาต่อพระสงฆ์ในสายครูบา ท่านถามศรัทธาจากทุ่งเสลี่ยมที่มารับท่านที่ลำปางเป็นนัยๆว่า “ตี้หั้นมีไม้สักหน้ากว้างซักซาวนิ้วก่อ” (ที่นั่นมีไม้สักหน้ากว้างสักยี่สิบนิ้วไหม) ชาวบ้านทุ่งเสลี่ยมตอบว่า"มี" แล้วถามครูบาว่าท่านจะเอาไปสร้างอะไร ท่านตอบว่า "จะเอาไปแป๋งหีบ" (แป๋ง ภาษาล้านนาแปลว่า สร้าง,ทำ ) ไม่มีใครคาดคิดว่า “หีบ” ในความหมายของครูบาท่านจะหมายถึง "โลงศพ" เพราะปกติท่านเป็นนักประดิษฐ์ ชอบทำโน่น สร้างนี่ ทำหีบใส่พระธรรมคัมภีร์อะไรต่างๆ อยู่แล้ว มีเรื่องแปลกประหลาดขณะเคลื่อนขบวนไปสุโขทัย ครูบาท่านขอให้ชาวลำปางติดตามไปด้วย บอกไปกันให้มากๆ แม้แต่สัตว์เลี้ยงก็ให้เอาไปทั้งหมด อย่าปล่อยทิ้งไว้ อยากได้บริวารที่ตามไปด้วยสัก ๕๐๐ ดังนั้นชาวเถิน ชาวลี้ ที่ทราบข่าวว่าหลังจากสร้างวัดที่ลำปางเสร็จ ครูบายังไม่มีกำหนดการจะกลับลี้ จึงพากันไปรวมตัวร่วมขบวนเดินทางจากตอนล่างของลำปางเข้าสู่ทุ่งเสลี่ยมสุโขทัยเป็นขบวนใหญ่ด้วย

ครั้นเมื่อมาถึงวัดท่าต้นธงชัย (เป็นการมาครั้งที่ ๓ ของครูบาขาวปี คือก่อนหน้านั้นท่านเคยมาช่วยสร้างวิหารให้แล้ว) มาครั้งนี้ ท่านพักอยู่กระท่อมนอกเขตวัด เป็นธรรมเนียมของท่านที่เวลาท่านไปช่วยก่อสร้างวัดไหน ท่านจะไม่นอนในเขตวัด แต่จะให้ศรัทธาปลูกเพิงกระต๊อบนอนนอกวัด นอนไปได้เพียงหนึ่งคืนเท่านั้น รุ่งขึ้นวันต่อมาใกล้เพ็ญมาฆะ เป็นวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ เหนือ หรือวันพฤหัสบดี ๓ มีนาคม ๒๕๒๐ ครูบาท่านได้ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ ณ กระท่อมหน้าวัดท่าต้นธงชัยนั่นเอง

บรรยากาศวันนั้นท้องฟ้ามืดมนอนธกาลทั้งแปดทิศา เมฆหมอกลงจัด พายุพัดโหมน่ากลัวทั้งที่เป็นเดือนมีนาหน้าร้อน กระทั่ง เวลาประมาณ ๑๖.๐๐ นาฬิกา ชาวบ้านแถวนั้นได้เห็นลำแสงพวยพุ่งออกจากกระท่อมขึ้นสู่บนฟากฟ้าพร้อมเพรียงกัน จึงทราบว่าครูบาท่านละสังขารแล้ว ท้องฟ้ายังคงมืดมิดอีกเจ็ดทิวา เจ็ดราตรีกาล

หลังจากมรณภาพแล้ว เหล่าลูกศิษย์ต่างต้องการสรีระของครูบา ทั้งทางสุโขทัยทั้งชาวลำปางที่ติดตามมา โดยเฉพาะลูกศิษย์ชาวกะเหรี่ยง จาก ลี้ ลำพูน ต้องลุกขึ้นมาทวงสิทธิ์ ถึงกับเปล่งวาจาออกมาอย่างน้อยใจว่า "จาวลำปาง จาวโต้งเสลี่ยม เอาครูบาของเฮามาต๋าย” (ชาวลำปาง ชาวทุ่งเสลี่ยม เอาครูบาของเรามาตาย) เกิดโกลาหลกันอยู่พักใหญแล้วบรรยากาศก็ค่อยๆ คลี่คลาย

หลังจากบำเพ็ญกุศลศพครูบาขาวปีที่ทุ่งเสลี่ยมได้ ๑๕ คืน ครูบาวงค์ (ครูบาชัยยวงศาพัฒนา) วัดจามเทวี และเจ้าคณะจังหวัดลำพูน ได้เดินทางมาเป็นประธานในการอาราธนาครูบาขาวปี กลับไปยังวัดพระบาทผาหนาม จังหวัดลำพูน สรีระของท่านยังคงสถิตอยู่ที่วัดแห่งนี้จวบจนปัจจุบัน
ปันข้อมูลจาก เพจ : ภาพเก่าเล่าเรื่อง
เครดิตภาพ : Naret Boontiang
กำเมือง ถ้าคนเมืองบ่อู้แล้วไผจะอู้