รับซื้อเพชร

รับผลิตอาหารเสริม

ทางเว็บไม่อนุญาตให้โพสโฆษณา ประชาสัมพันธ์ใดๆ ทั้งสิ้น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเว็บไซต์ หากพบทางเว็บจะทำการลบทันที


พระธาตุหริภุญชัยในอดีต งานสรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองลำพูน (ภาพเก่า)

  • 0 ตอบ
  • 357 อ่าน
*

ออฟไลน์ ฮักล้านนา

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • 597
  • 306
    • ดูรายละเอียด
    • วัดร่องขุ่น
เรียน ฯพณฯ เอ.บลุนเดลล์
ผู้ว่าราชการจังหวัดตะนาวศรี

ข้าพเจ้า ( ดร . ริชาร์ดสัน )ได้รับเกียรติให้รายงานผลการปฏิบัติภารกิจในราชสำนักสยาม และหัวเมืองฉานเหนือหรือเมืองลาว ตามสรุปบันทึกการเดินทางไปและกลับ อีกทั้งสำรวจหัวเมืองข้างต้น ดังต่อไปนี้
*******


วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๘๒ ข้าพเจ้าไปเข้าเฝ้า กรมหลวงรักษ์ ผู้เป็นอาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ ทั้งพิธีการต้อนรับ และกรมหลวงฯ เอง ก็เป็นมิตร ทุกอย่างราบรื่นดี มิสเตอร์ฮันเตอร์ ผู้สละเวลาไปเพื่อนข้าพเจ้า เข้าพบชาวสยามทุกครั้ง และได้พบกรมหลวงฯ บ่อยๆ นั้น บอกว่า ทรงไว้พระองค์ และเก็บตัว

ทั้งหมดเป็นบุคคลสำคัญที่ข้าพเจ้าได้พบ แต่กรมหลวงรักษ์นั้น ไม่ได้พบอีกเลย ทรงปฏิเสธไม่ให้ข้าพเจ้าไปเข้าเฝ้า เพื่อกล่าวคำอำลา แต่ข้าพเจ้าไปพบ เจ้าคุณบดินทร์อีกครั้งก่อนออกเดินทาง และพระคลังผู้เป็นมิตรและให้ความช่วยเหลือทุกประการก็พบกันเนืองๆ เพราะต้องเจรจากิจธุระกับท่าน แต่ไม่มิตรภาพใดจะเหนือไปกว่าการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับเป็นธุระในภาระกิจของข้าพเจ้า ตั้งแต่ต้นจนจบ

ข้าพเจ้าต้องรอจนกระทั่งบรรดาเสนาบดีพร้อมให้ความช่วยเหลือ แต่ดูเนื้อความในจดหมายฉบับล่าสุด มีแนวโน้มจะเป็นเช่นนั้นน้อยเต็มที ฯลฯ

ในที่สุดข้าพเจ้าออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ในวันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๘๒ ข้าราชการคนหนึ่งซึ่งได้รับมอบหมายไปนครไชยศรีกับข้าพเจ้า ซึ่งได้ละช้างไว้ที่นั่น ได้ส่งช้างมาให้อีก ๔ เชือก เป็นเครื่องตอบแทนของทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และของกำนัลที่มอบให้พระคลัง

วันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๘๒ ข้าพเจ้าออกเดินทางทางบกไปเมืองเชียงใหม่ จากนครไชยศรี พร้อมข้าราชการเมืองนครไชยศรีอีกคนหนึ่ง และวันที่ ๒๖ มีนาคม คณะมาถึงสุดเขตเมือง ที่มีคลองโคลนลึก กั้นเขตแดนเอาไว้ ผู้ใหญ่บ้านไม่ยอมให้เรือหรือแม้แต่เสบียงอาหาร

(ข้าพเจ้าได้ส่งเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง จากเมืองนครไชยศรี พร้อมคำสั่งจากเสนาบดี ให้เตรียมเสบียงอาหารและอย่าขัดขวางการเดินทางไปเมืองเชียงใหม่)

ข้าพเจ้าจึงต้องส่งคนไปพบมิสเตอร์ฮันเตอร์ ขอให้อธิบายเหตุการณ์ให้พระคลังได้รับรู้ เราจะรออยู่ที่นี่ ขอให้พระคลังออกคำสั่งที่ชาวเมืองต้องปฏิบัติตามมาด้วย

วันที่๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๘๒ ข้าพเจ้าได้รับคำสั่งครั้งที่ ๒ จากมิตรเก่าแก่ ให้ทุกแห่งหนตำบล และทุกเมืองที่เดินทางผ่าน ต้องจัดเตรียมเสบียงและบอกทาง หรือนำทางให้ มีคนพาคณะไปท่าจีนทันที เจ้าเมืองท่าจีนผู้ไร้ความเมตตา ส่งเสบียงอาหารและเรือมาให้บอกว่าไม่มีถนน และเบื้องหน้ามีหนองน้ำใหญ่ อันจะเป็นอุปสรรคการเดินทางไปเมืองเชียงใหม่ ..

ข้าพเจ้าออกเดินทางในวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๓๘๒ สองวันจึงถึงเมืองสุพรรณ ตัวเมืองสุพรรณมีถนนเพียงเส้นเดียว มีแม่น้ำ หนึ่งหรือสองสาย จากที่นี่ มีเส้นทางเกวียนที่อาจไปถึงเมืองระแหงได้ สุจี-เจ้าเมืองสุพรรณจัดเตรียมเสบียงอาหารให้ และไม่ยอมรับเงิน ถึงแม้เป็นมิตร แต่ก็ยืนยันว่า ไม่มีถนนไปเมืองเชียงใหม่ จนกระทั่งวันที่ ๑๘ เมื่อเราเดินทางถึงบ้านกางริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่าคำสั่งที่ให้จัดมัคคุเทศก์นำทาง มาไม่ถึงหูของสุจีแห่งสุพรรณ ตามที่ล่ามได้บอก แต่ท่านก็ส่งคนมานำทาง จากหมู่บ้านหนึ่งไปยังหมู่บ้านหนึ่งต่อกันไป

เราถึงเมืองระแหงหัวเมืองของลาว ในวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๓๘๒

ข้าพเจ้าลืมบอกไปว่า กรุงเทพฯ ส่งข้าราชการชาวสยามคนหนึ่งชื่อพระสุเรนทร์ ถือจดหมายถึงเจ้าเมืองลาว เขาออกเดินทางจากกรุงเทพฯ หลังข้าพเจ้า ๑ วัน และนั่งเรือมาจนถึง เมืองนครสวรรค์ จากนั้นเดินทางทางบก เพราะข้าพเจ้าถูกรั้งตัวเอาไว้ เขาจึงมาถึงก่อน และออกจากที่นี่ก่อนข้าพเจ้ามาถึง ๒ วัน

วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๘๒ ข้าพเจ้าออกจากเมืองระแหง และได้รับความช่วยเหลือและความปรารถนาเป็นอันดี จากบรรดาเจ้านายเมืองลาวและชาวเมืองตลอดการเดินทาง วันที่ ๒ ฝนตกหนัก คนในคณะไม่มีที่หลบฝน นอกจากใบไม้ อย่างไรก็ตาม เรามาถึงเมืองลำพูนในวันที่ ๑๔ พฤษภาคมโดยสวัสดิภาพ ไม่มีใครเจ็บป่วย ตอนบ่าย บรรดามิตรสหายเดิม ต่างมาพบ ก่อนที่ข้าพเจ้าจะไปเข้าฝ้าเจ้าผู้ครองนครเสียอีก ทุกคนดีใจที่ได้พบกัน

ตอนบ่ายพระสุเรนทร์เดินทางมาถึงเมืองลำพูน

วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๘๒ ข้าพเจ้าไปพบ “สอพวา-เจ้าผู้ครองนคร” (เจ้าหลวงคำตัน) ผู้เป็นมิตร และแสดงความประสงค์จะผูกไมตรีเป็นมิตรสนิทกับอังกฤษ ตามคำแนะนำจากบิดา และนี่ ก็ไม่มีสิ่งใดจะสงสัยความจริงใจจากท่านอีกแล้ว

ท่านเป็นโอรสเจ้าชีวิตพระองค์ก่อน (พระเจ้าลำพูนไชย ) และได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นเจ้านายผู้ใหญ่เมื่อข้าพเจ้าเดินทางมาครั้งแรก (ตอนนั้น มาจากมะละแหม่ง)

ตอนนั้นท่านเป็นเจ้านายลำดับที่สามของลำพูน ภายหลัง เจ้าหอหน้าได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็นเจ้าหลวงเมืองละคอร (เจ้าหลวงน้อยอินทร์) ส่วนเจ้าราชวงศ์ถึงแก่กรรม

วันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๘๒ ข้าพเจ้าไปเข้าเฝ้าเจ้าหลวงคำตันอีกครั้ง เมื่อท่านได้เห็นคำสั่งของพระสุเรนทร์ ก็บอกว่าเพียงพอแล้ว ดังนั้นเราคงซื้อขายวัวได้สะดวก ตามที่พวกเขาจะขายให้

เราไปพบพระสุเรนทร์ ท่านยืนยันว่า ราชสำนักกรุงเทพฯ ต้องการผูกมิตรกับเรา ไม่มีสิ่งใดที่ท่านต้องการไปกว่า ให้ไมตรีระหว่างทั้งสองฝ่าย แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

วันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๘๒ เจ้าหลวงเมืองละคอร (เจ้าหลวงน้อยอินทร์) เดินทางมาถึงพร้อมทหารองครักษ์ ๓๐๐ นาย และช้าง ๓๐ เชือก วัตถุประสงค์เพื่อไปปรึกษางานราชการในเมืองเชียงใหม่ ว่าด้วยการค้าขายวัว (มีต่อ)

สุทธิศักดิ์ ถอดความ
Burney Papers Vol.4; Pt. 1 To 2)
งานสรงน้ำพระธาตุ ณ เมืองลำพูน

ภาพจากหลวงอนุสารฯ
กำเมือง ถ้าคนเมืองบ่อู้แล้วไผจะอู้