กบฎเงี้ยวปล้นเมืองพะเยา เมื่อใน พ.ศ.๒๔๔๕หลังจากเหตุการณ์พวกกบฏเงี้ยวก่อการจลาจลปล้นเมืองแพร่สำเร็จในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๔๔๕ จากนั้นจึงเข้าปล้นเมืองลำปางเป็นเมืองต่อไปแต่กระทำการไม่สำเร็จเพราะเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต่อสู้อย่างแข็งขันโดยมีกัปตันเยนเซ่น นายตำรวจชาวเดนมาร์ค ซึ่งรับราชการตำแหน่งเป็นครูฝึกตำรวจภูธรที่เชียงใหม่ร่วมกับกองกำลังตำรวจภูธรในจังหวัดลำปาง กระทั่งพวกเงี้ยวเพลี่ยงพล้ำและแตกพ่ายหนีไป เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนักพวกเงี้ยวได้รวมตัวกันอีกครั้งส่วนหนึ่งมาจากอำเภอป่าแดด จ.เชียงรายและพวกเงี้ยวที่แตกพ่ายจากลำปางมาร่วมสมทบกันเข้าปล้นเมืองพะเยา ในวันที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๔๕ โดยมีพวกเงี้ยวในเมืองพะเยาส่วนหนึ่งเข้าร่วมสมทบ การบุกปล้นเมืองพะเยาแทบไม่มีการต่อต้านจากฝ่ายทางการจึงทำให้พวกเงี้ยวสามารถยึดเมืองพะเยาได้อย่างง่ายดาย
เจ้าหลวงไชยวงศ์ เจ้าเมืองพะเยาและข้าราชการชาวสยามที่ทำงานอยู่ในเมืองพะเยาได้อพยพหนีไปลำปางก่อนหน้านั้น กว่าทางการจากลำปางจะส่งกำลังมาปราบพวกเงี้ยวที่เมืองพะเยาได้ก็ย่างเข้าวันที่ ๑๔ ต.ค.แล้ว ซึ่งหัวหน้ากองกำลังปราบพวกเงี้ยวคือ กัปตันเยนเซ่น พร้อมกับกำลังตำรวจอีก ๒๓ นาย ในระหว่างการเดินทางใกล้ถึงเมืองพะเยาที่บ้านแม่กาท่าข้าม ฝ่ายพวกเงี้ยวได้แอบซุ่มโจมตีอยู่ข้างทางเป็นเหตุทำให้กัปตันเยนเซ่นถูกลอบยิงกระทั่งเสียชีวิต ภายหลังกองทหารจากลำปางนำโดยเจ้าราชภาติกวงษ์ ยกกำลังมาเสริมจนสามารถชิงเมืองพะเยากลับคืนมาจากพวกเงี้ยวได้
เมื่อเหตุการณ์บ้านเมืองกลับคืนเข้าสู่ภาวะปกติ ทางการได้มีการจับกุมพวกกบฏเงี้ยวและชาวพื้นเมืองที่มีส่วนพัวพันไปพิจารณาคดีตัดสินลงโทษ ซึ่งมีทั้งถูกประหารชีวิตและจำคุกจำนวนหลายราย แม้ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองจะสงบลงแต่เจ้าหลวงไชยวงศ์วิตกว่า พวกเงี้ยวอาจจะกลับมาปล้นเมืองพะเยาอีกจึงได้คิดแผนการเสริมกำแพงเมืองให้มั่นคงแข็งแรงและขุดคูเมืองให้ลึกลงกว่าเดิมเพื่อป้องกันพวกเงี้ยวบุกโจมตี ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องรีบดำเนินการเร่งด่วนและอ้างถึงว่าไม่สามารถจะหาก้อนอิฐมาสร้างกำแพงเมืองได้ทันตามเวลา เจ้านายบางคนจึงได้เสนอให้ไปรื้อเอาก้อนอิฐตามวัดร้างต่างๆซึ่งมีอยู่จำนวนมากทั้งในตัวเวียงและปริมณฑลโดยเฉพาะบริเวณกว๊านพะเยาจะมีวัดเก่าอยู่จำนวนมากซึ่งเจ้าหลวงไชยวงศ์ทรงเห็นชอบ ภายหลังแม้ว่าพระครูศรีวิลาสวชิรปัญญา เจ้าคณะแขวงเมืองพะเยาจะคัดค้านก็ตามแต่ไม่เป็นผล จึงทำให้วัดวาอารามร้างจำนวนมากถูกรื้อทำลายอย่างย่อยยับและทรัพย์สมบัติวัดถูกขุดขโมยไปจนเกลี้ยง และนี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ว่า เพราะเหตุใดเมืองพะเยาจึงไม่มีวัดโบราณหลงเหลือสภาพให้เห็นอยู่บ้างแม้ว่าในอดีตจะเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางพุทธศาสนามากก็ตาม
#ข้อมูลจาก บันทึกพระครูศรีวิลาสวิชรปัญญา อดีตเจ้าคณะแขวงเมืองพะเยา
ข้อมูลภาพถ่าย
- งานฌาปนกิจศพข้าราชการและพลเรือนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์พวกกบฏเงี้ยวก่อการจลาจลปล้นเมืองแพร่เมื่อพ.ศ.๒๔๔๕ ถ่ายที่หน้าคุ้มเจ้าหลวงแพร่ คนนั่งกลางถือกระบี่ในภาพคือ จอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี แม่ทัพใหญ่ปราบกบฏเงี้ยว ภาพจาก หอสมุดดำรงราชานุภาพ
- ภาพกองกำลังทหารสยามคราวปราบกบฏเงี้ยว ขณะพักกลางวันที่เมืองอ่างทองก่อนจะเดินทางมาเมืองแพร่ ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ
บทความโดย: อ.เกื้อพงษ์ ชัยดรุณ