กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 ... 3 [4] 5 ... 10
31
รวมภาพเก่า ภาพใหม่ล้านนา / พระธาตุจอมแว่ พ.ศ.2472 อ.พาน จ.เชียงราย
« กระทู้ล่าสุด โดย ฮักล้านนา เมื่อ กุมภาพันธ์ 14, 2025, 08:02:04 PM »
"พระธาตุจอมแว่ พ.ศ.2472" ตั้งอยู่ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย

พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยาลงกร เสนาบดีกระทรวงธรรมการ เสด็จตรวจราชการเกี่ยวกับการศึกษาในมณฑลพายัพ และได้เสด็จถึงเมืองพาน ในวันพุธที่ 5 มีนาคม 2472 ในการเสด็จครั้งนั้นได้บันทึกภาพเมืองพานไว้หลายภาพ หนึ่งในนั้นคือภาพพระธาตุจอมแว่

ที่มา: สมุดภาพกรมหมื่นพิทยลาภฯ
#โครงการสมุดภาพเมืองพาน
32
รวมภาพเก่า ภาพใหม่ล้านนา / รถโดยสาร จังหวัดแพร่ (พ.ศ. ๒๔๗๑ - ๒๔๗๒)
« กระทู้ล่าสุด โดย ฮักล้านนา เมื่อ กุมภาพันธ์ 14, 2025, 07:59:55 PM »
ภาพรถโดยสารในจังหวัดแพร่ช่วงปี พ.ศ. ๒๔๗๑ - ๒๔๗๒ แสดงให้เห็นการเดินทางที่คึกคักในยุคนั้น โดยรถคันนี้มีทะเบียน พร 0080 และผู้โดยสารเต็มคัน แม้จะไม่ทราบเส้นทางแน่ชัด แต่บรรยากาศของการสัญจรในอดีตยังคงเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำ

ถ่ายโดย : Eickstedt.Egon Von

ขอขอบคุณ : Waropas Thongpraphai , Yoong Ja
33
ดูได้ที่ https://youtu.be/GsNAEXnWpGg?si=8W47cGMDvVtghjgF

เมืองสิง ไทลื้อแห่งอาณาจักรเชียงแขง I ประวัติศาสตร์นอกตำรา EP.255

เมืองสิง เมืองชายแดนเล็ก ๆ ของแขวงหลวงน้ำทา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ สปป.ลาว  เป็นเมืองสำคัญมาตั้งแต่อดีต เพราะเคยเป็นที่ตั้งศูนย์กลางอำนาจสุดท้ายของรัฐเชียงแขง รัฐไทลื้อเล็ก ๆ ที่ปกครองด้วยระบบเจ้าฟ้าในลุ่มน้ำโขงตอนบน  ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนทั้งในพม่าและลาว  แต่ต่อมาเชียงแขงก็ต้องล่มสลายลงด้วยการตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส และกลายเป็นส่วนหนึ่งของ สปป.ลาวในปัจจุบัน
     ในปี พ.ศ.2347 เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ร. 1 ทรงสถาปนากรุงเทพ ฯ แล้ว พระองค์โปรดให้กองทัพหัวเมืองเหนือยกขึ้นไปทำลายอิทธิพลของพม่าในดินแดนเชียงตุง และเชียงรุ่ง  โดยแบ่งการโจมตีออกเป็นสองส่วน
       กองทัพเชียงใหม่ และลำปางยกขึ้นไปทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขง เข้าตีเมืองยอง และเชียงตุง
       ส่วนกองทัพเมืองน่าน และหลวงพระบางยกขึ้นไปทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขง มุ่งสู่ดินแดนเชียงรุ่ง สิบสองปันนา
       การยกทัพไปตีดินแดนสิบสองปันนา  เมืองเชียงรุ่งไม่ต่อสู้ขัดขืน ในคราวนั้นกองทัพน่าน และหลวงพระบางสามารถตีเมืองน้อยใหญ่ได้ 11- 12 เมือง รวมถึงเชียงแขง และยังกวาดต้อนผู้คนลงมาได้ราว 4-5 หมื่นคน
      กองทัพน่านยังยกเข้าตีเชียงแขงอีกครั้งในปี 2356 ตรงกับสมัย ร.2 ของไทย  ครั้งนั้นเจ้าสุมนเทวราช ผู้ครองนครน่านได้เกณฑ์เจ้าเมืองและราษฎรเกือบทั้งหมดลงมา  จนเชียงแขงแทบกลายเป็นเมืองร้าง  โดยปัจจุบันยังปรากฏชาวลื้อจำนวนมากจากเชียงแขงตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตเมืองน่านมาจนถึงทุกวันนี้
      ในราว พ.ศ. 2403 เมืองเชียงแขงย้ายหอคำและศูนย์กลางอำนาจข้ามแม่น้ำโขงไปยังฝั่งตะวันตกที่เมืองยู้ ตั้งชื่อว่า “เวียงจอมทอง” ปัจจุบันอยู่ในเขตรัฐฉานของพม่า
       ต่อมา ในปี พ.ศ.2426  ตรงกับสมัย ร. 5 ของไทย  เจ้าฟ้าสะหรีหน่อคำได้อพยพผู้คนไทลื้อ และไทเหนือราว 1,000 คน จากเมืองยู้ มาร่วมกันสร้างศูนย์กลางอำนาจแห่งใหม่ขึ้นที่เมืองสิง ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขง อันเป็นดินแดนที่เวลานั้นอยู่ภายใต้อำนาจของเมืองน่าน ซึ่งน่านอยู่ภายใต้อำนาจสยามอีกทอดหนึ่ง
       เมื่อย้ายศูนย์กลางเชียงแขงมาที่เมืองสิงแล้ว    ในปี พ.ศ. 2432 ด้วยการเชื้อเชิญผ่านเมืองน่าน เจ้าฟ้าสะหรีหน่อคำได้จัดส่งเครื่องราชบรรณาการลงไปถวายต่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อขอเป็นเมืองในขอบขัณฑสีมาของสยาม 
       ในปี พ.ศ.2433 เมื่ออังกฤษขยายอำนาจเข้าปกครองรัฐฉานไว้ได้แล้ว  การเปิดเจรจาเรื่องดินแดนกับสยามในราวต้นปี พ.ศ. 2434 ซึ่งรวมถึงสถานะของรัฐเชียงแขงก็ได้เริ่มขึ้น เพราะอังกฤษต้องการจะเข้าควบคุมเส้นทางการค้าสำคัญที่เชื่อมโยงโดยตรงจากพม่ากับทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน 
      การเจรจาที่ยังไม่ได้ข้อยุติระหว่างสยามและอังกฤษเกี่ยวกับสถานะของเชียงแขงถูกชะลอออกไป จนกระทั่งในช่วงต้นปี 2435 ได้เกิดอีกหนึ่งขั้วอำนาจยื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นั่นคือ “ฝรั่งเศส”
      ต่อมาเมื่อเกิดเหตุการณ์ ร.ศ 112  หรือวิกฤตการณ์ปากน้ำ  เป็นเหตุให้ไทยยอมทำความตกลงฝรั่งเศส-สยามในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2436  สยามต้องสละสิทธิทั้งหมดในดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง รวมทั้งเกาะต่าง ๆ ในแม่น้ำให้แก่ฝรั่งเศส  ซึ่งนั่นหมายถึงเชียงแขงได้กลายเป็นดินแดนที่ตกอยู่ภายใต้ฝรั่งเศสไปโดยปริยายตามข้อตกลงที่ว่านั้น
         ในเดือนมกราคม 2438 ตัวแทนของอังกฤษและฝรั่งเศสได้พบกันที่เมืองสิง เพื่อตกลงกันเรื่องดินแดนเชียงแขง  แต่ในที่สุดอังกฤษก็สั่งทหารจากเชียงตุงให้เข้าบุกยึดเมืองสิงไว้ เป็นเหตุให้เจ้าฟ้าสะหรีหน่อคำต้องหนีไปยังเมืองหลวงน้ำทาดินแดนอิทธิพลของฝรั่งเศส
       ความขัดแย้งเรื่องเชียงแขงระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส สิ้นสุดลงในเดือน พ.ค.ปี 2439     ทั้งสองฝ่ายตกลงทำอนุสัญญากำหนดการแบ่งอาณาเขตโดยใช้แม่น้ำโขงเป็นเส้นแบ่งแดน  ทำให้รัฐเชียงแขงถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน  คือพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขง ตกอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ    ส่วนด้านตะวันออก รวมถึงเมืองสิงห์ ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของฝรั่งเศส   
       เมื่อกองทัพอังกฤษก็ถอนตัวออกจากเมืองสิงกลับไปพม่าแล้ว ไม่นานเจ้าฟ้าสะหรีหน่อคำก็กลับเข้าสู่เมืองสิง อันมีสถานะใหม่ในฐานะรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส
       เจ้าฟ้าสะหรีหน่อคำปกครองเมืองสิงอีกเพียงไม่นาน ก็สิ้นพระชนม์ลงด้วยโรคมะเร็งหัวเสือที่จมูกในปี 2443     หลังจากนั้น “เจ้าฟ้าองค์คำ” รัชทายาทองค์โตก็ขึ้น สืบราชสมบัติแทน   แต่อีกเพียง 7 ปีต่อมา  เจ้าฟ้าองค์คำก็ต้องหนีไปยังเมืองเชียงรุ่ง หลังพยายามคิดการกบฏต่อฝรั่งเศสและได้สิ้นพระชนม์ลงที่นั่น  จากนั้นฝรั่งเศสได้เข้าปกครองเมืองสิงโดยตรง นับเป็นการสิ้นสุดระบบเจ้าฟ้าแห่งรัฐเชียงแขงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
      ฝรั่งเศสได้รวมเมืองสิง และเมืองไทลื้อที่เหลืออยู่มาขึ้นกับอาณาจักรล้านช้างร่มขาว กระทั่งเมื่อลาวได้รับเอกราช เมืองสิงจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของสปป.ลาว มาจนถึงปัจจุบัน
34
ก๋ารแอ่ว - อู้จีบ ของ บ่าวสาวสมัยบ่าเก่า

ชมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=-oMBPwTkiYA

ฮีตกองล้านนา : ศูนย์รวมวัฒนธรรมล้านนา
35
ประตู – กำแพงเมืองเชียงใหม่ แท้ หรือ เทียม ? I ประวัติศาสตร์นอกตำรา EP.254

ชมคลิปได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=cSv37Jlwo_Y

ประตูและกำแพงเมืองเชียงใหม่ สิ่งคุ้นตาของชาวไทยและชาวต่างชาตินี้ไม่เพียงเป็นปราการสำคัญแห่งอาณาจักรล้านนา   ข้อมูลส่วนหนึ่งเคยเชื่อว่าพวกมันถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพญามังรายทรงสร้างเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ.1839  แต่จากการตรวจสอบหลักฐานทางโบราณคดีพบว่าประตูและกำแพงเมืองเชียงใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยอิฐ อาจไม่ได้สร้างในครั้งพญามังราย แต่ถูกต่อเติมขึ้นในหลายช่วงระยะเวลาด้วยกัน
.
ประตูและกำแพงเมืองเชียงใหม่ที่เห็นในปัจจุบันยังไม่ใช่ของดั้งเดิมที่มีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี  พวกมันถูกรื้อและบูรณะขึ้นใหม่เมื่อไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา  การบูรณะครั้งนั้นไม่ได้ยึดถือตามรูปแบบโบราณ  แต่จากเหตุการณ์พังทลายของประตูช้างเผือกในปี พ.ศ.2565  ประกอบกับแผนที่นครเชียงใหม่ในปี พ.ศ.2436 ที่แสดงแผนผังของประตูเมืองแบบดั้งเดิมเอาไว้ จึงเป็นโอกาสให้กรมศิลปากรได้ทำการขุดสำรวจประตูเมืองเชียงใหม่อีกครั้ง และพบกับความจริงที่ว่าประตูเมืองเชียงใหม่ชั้นในมีรูปแบบเป็นป้อมประตูในลักษณะ 2 ชั้น  และนอกจากนี้ เมืองเชียงใหม่ยังมีกำแพงเมืองชั้นนอกที่ค่อยทำหน้าที่สำคัญเมื่อครั้งอดีต  แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันพวกมันถูกพังทลายลงจากการสร้างบ้านเรือนไปแล้ว
.
เรื่องราวของประตูและกำแพงเมืองเชียงใหม่จะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในรายการประวัติศาสตร์นอกตำรา
36
เจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง เจ้าฟ้าเมืองเชียงตุง องค์ที่๔๐ เสด็จนั่งบนเสลี่ยงหลังช้าง ทรงเสด็จออกจากประตูเมือง พร้อมด้วยขบวนม้า และบริวาร รอบขบวนคราคร่ำไปด้วยชาวเมืองเชียงตุงที่สวมหมวกปีกกว้างอันเป็นเอกลักษณ์ในเทศกาลโปร่งน้ำร้อน เพื่อจะเสด็จไปอาบน้ำร้อน(น้ำปุ่งบ้านล้าว) ปี 2463

Sao Kawng Kiao Intaleng ,Kengtung ,1920

#ที่มา Wisuwat Buroot
37
เหตุการณ์น้ำท่วมเชียงใหม่ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้กับโบราณสถานหลายแห่ง โดยเฉพาะเวียงกุมกาม ขณะที่การซ่อมแซม บูรณะ ต้องดำเนินด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง เพราะอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นได้

เร่งบูรณะเวียงกุมกาม จ.เชียงใหม่ | 19 ธ.ค. 2567

ดูคลิปได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=EPgDWr0LW_8
38
เจ้าแก้วนวรัฐ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย | เรื่องเล่าหลังเที่ยงคืน EP.36

ดูคลิปได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=DMya1vhzAUQ

ในอดีตเชียงใหม่เคยมีเจ้าผู้ปกครองของตนเอง แต่ด้วยเหตุผลทางการเมืองและความมั่นคงเชียงใหม่ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของสยาม โดยมี “เจ้าแก้วนวรัฐ เป็นเจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้าย”

และเมื่อเจ้าแก้วนวรัฐถึงแก่พิราลัยสยามได้ยกเลิกตำแหน่งเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่
สิ้นสุดสายราชวงศ์ที่สืบทอดกันมานับร้อยปี แต่ก็ยังมีผู้สืบสายสกุล “ณ เชียงใหม่” ตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน

#เจ้าแก้วนวรัฐ #เจ้าดารารัศมี #โลกวิวัฒน์ #เรื่องเล่าหลังเที่ยงคืน #เจ้านายฝ่ายเหนือ  #เจ้าน้อยศุขเกษม #มะเมี๊ยะ #ล้านนา #เชียงใหม่ #รัชกาลที่5 #การเมือง #ประวัติศาสตร์ล้านนา #ThairathStudio #ไทยรัฐสตูดิโอ

ติดต่องาน
LINE : @ThairathStudio (มี@ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/VgGroFt
ติดตามคอนเทนต์ดี ๆ กด subscribe ได้ที่     / @thairathstudio https://www.youtube.com/@ThairathStudio
39
รวมภาพเก่า ภาพใหม่ล้านนา / สี่แยกประตูชัยพะเยาในอดีต
« กระทู้ล่าสุด โดย ฮักล้านนา เมื่อ ธันวาคม 05, 2024, 10:33:32 PM »
สี่แยกประตูชัยพะเยาในอดีต ในช่วงโรงเรียนบน เลิกเรียน สมัยอดีตชาวบ้านจะเรียกว่า"โรงเรียนบน" ก็คือ โรงเรียนพะเยาพิทยาคมในปัจจุบัน และก็ จะมีโรงเรียนที่ชาวบ้านเรียกว่า"โรงเรียนล่าง"ก็คือโรงเรียนสตรีพะเยา (โรงเรียนสตรี คือโรงเรียน อนุบาลพะเยาในปัจจุบัน เป็นโรงเรียนหญิงล้วน)

ขอบคุณเพจ พะเยาบ้านฉัน
40
ย่านชุมชนสันติธรรม เชียงใหม่ เมื่อพ.ศ. 2498

วัดสันติธรรม นครเชียงใหม่ สมัยก่อตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2498

ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง #เชียงใหม่

ขอบคุณภาพจาก Naret Boontiang

จากเพจ เชียงใหม่ที่คุณไม่เคยเห็น
หน้า: 1 ... 3 [4] 5 ... 10