รับซื้อเพชร

ทางเว็บไม่อนุญาตให้โพสโฆษณา ประชาสัมพันธ์ใดๆ ทั้งสิ้น ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในเว็บไซต์ หากพบทางเว็บจะทำการลบทันที


ขุนเจื๋องธรรมิกราช

  • 4 ตอบ
  • 2817 อ่าน
*

ออฟไลน์ ฮักล้านนา

  • Administrator
  • Sr. Member
  • *****
  • 492
  • 306
    • ดูรายละเอียด
    • วัดร่องขุ่น
ขุนเจื๋องธรรมิกราช
« เมื่อ: มกราคม 31, 2014, 10:22:10 AM »
 วรรณกรรมเรื่องท้าวฮุ่งท้าวเจืองเป็นวรรณกรรมอีสานยุคต้น เนื้อหาเป็นการสรรเสริญวีรกรรมของท้าวฮุ่งในการทำสงครามกับพวกแกวหรือพวกญวนจนได้ชัยชนะ ประมาณครึ่งหนึ่งของเนื้อเรื่องเป็นบทคร่ำครวญพรรณนาความรักของท้าวฮุ่งที่มีต่อนางง้อมส่วนที่เหลือเป็นการพรรณนาการทำสงครามกับพวกแกว

                เค้าเรื่องทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับท้าวฮุ่งท้าวเจืองนี้ มีปรากฎในพงศาวดารเหนือเล่าไว้

ขุนเจื๋องจากตำนานเมืองพะเยา
 พุทธศักราช 1602(จุลศักราช 421) พ่อขุนเงินหรือลาวเงิน ราชโอรสของพญาแรงกวา กษัตริย์ผู้ครองนครเงินยางเชียงแสนในราชวงศ์สิงหนวัตมีพระราชโอรส 2 องค์  ได้จัดแบ่งให้ ขุนจอมธรรมโอรสองค์ที่ 2 ให้ปกครองเมืองภูกามยาว ซึ่งเป็นหัวเมืองฝ่ายใต้  แต่ขุนชินให้อยู่ในราชสำนักครองนครเงินยางเชียงแสน

ขุนจอมธรรมพร้อมข้าราชการบริวารขนเอาพระราชทรัพย์บรรทุกม้า พร้อมพลช้าง พลม้า ตามเสด็จถึงเมืองภูกามยาว และตั้งรากฐานเมืองใหม่  ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองขอมโบราณเมืองหนึ่ง นามว่า “สีหราช” อยู่เชิงเขาชมภูหางดอยด้วน ลงไปจรดฝั่งแม่น้ำสายตา มีสัณฐานคล้ายลูกน้ำเต้ามีหนองน้ำใหญ่อยู่ทางตะวันตก อันหมายถึงกว๊านพะเยา และทางทิศอีสานคือ หนองหวีและหนองแว่น  แต่เดิมนั้น พะเยาเป็นเมืองเก่าของขอมที่รกร้าง เนื่องจากถูกพระเจ้าพรหมมหาราชขับไล่ออกไปในยุคก่อนซึ่งยังคงมีซากโบราณสถาน และโบราณวัตถุปรากฏให้เห็น พ่อขุนจอมธรรมทรงสถาปนาเมืองภูกามยาวเมื่อปี พ.ศ.๑๖๓๙ (จ.ศ. ๔๕๘)ด้วยเหตุว่าเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากดอยชมพูซึ่งเป็นเนินยาวยื่นไป จึงได้ชื่อว่า “ภูกามยาว” และต่อมาได้กลายเป็น “พูยาว”และ”พะเยา”  ตามตำนานกล่าวไว้ว่าในยุคนั้นมีผู้คนอาศัยหนาแน่นมากโดยมีพลเมืองถึง ๑๘๐,๐๐๐ คน และได้จัดแบ่งการปกครองออกเป็นแขวงโดยมีอาณาเขตกว้างขวางมากโดยจัดแบ่งได้ 36 พันนา ๆ ละ 500 คน มีเขตแคว้นแดนเมืองในครั้งกระโน้น ดังนี้

           ทิศบูรพา จรดขุนผากาดจำบอน ตาดม้าน บางสีถ้ำ ไทรสามต้น สบห้วยปู น้ำพุง สบปั๋ง ห้วยบ่อทอง ตาดซาววา กิ่วแก้ว กิ่วสามช่อง  มีหลักหินสามก้อนฝังไว้กิ่วฤาษี แม่น้ำสายตา กิ่วช้าง กิ่วง้ม กิ่วเปี้ย ดอยปางแม่นาค
           ทิศตะวันตก โป่งปูดห้วยแก้วดอยปุย แม่คาว ไปทางทิศใต้กิ่วรุหลาว ดอยจิกจ้อง ขุนถ้ำ ดอยตั่ง ดอยหนอก ผาดอกวัว แซ่ม่าน ไปจรดเอา ดอยผาหลักไก่
           ทางทิศหรดีมีเมืองในอำนาจปกครอง คือ เมืองงาว เมืองกาว สะเอียบ เชียงม่วน เมืองเทิง เมืองสระ เมืองออย  สะสาว เมืองดอบ เชียงคำ เมืองลอ เมืองเชียงแลง เมืองหงาว แซ่เหียง แซ่หลุก ปากบ่อง เมืองป่าเป้า เมืองวัง แซ่ซ้อง เมืองปราบ แซ่ห่ม
            ทิศใต้ สุดจรดนครเขลางค์และนครหริภุญชัย ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือต่อแดนขรนคร(เชียงของ)ขุนจอมธรรมปกครองไพร่ฟ้าประชาชน โดยตั้งอยู่ในทศพิธราชธรรม และยึดมั่นในบวรพุทธศาสนา บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองด้วยโภคสมบัติ ฟ้าฝนตกตามฤดูกาลไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดี ปราศจากโรคภัยเบียดเบียน ซื่อสัตย์สุจริตต่อกัน ไม่มีสงคราม เจ้าประเทศราชต่าง ๆ ก็มีสัมพันธไมตรีอันดีต่อกัน ทรงสั่งสอนไพร่ฟ้า ข้าแผ่นดินด้วยหลักธรรม 2 ประการ คือ
        - อปริหานิยธรรม ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม 1
        - ประเพณีธรรม ขนบธรรมเนียมอันเป็นระเบียบแบบแผนอันดีงานของครอบครัว 1

ขุนจอมธรรมครองเมืองพะเยาได้ 2 ปี มีโอรส 1 พระองค์ โหรถวายคำพยากรณ์ว่าราชบุตรองค์นี้จะเป็นจักรพรรดิราชปราบชมพูทวีป  มีบุญญาธิการมากเวลาประสูติ มีของทิพย์เกิดขึ้น 3 อย่าง คือ  แส้ทิพย์ พระแสงทิพย์ คนโททิพย์   ชื่อว่า“ขุนเจื๋อง” ต่อมาอีก 3 ปี  ได้ราชบุตรอีกพระนามว่า “ขุนจอง” หรือ “ชิง” เมื่อขุนเจื๋องเจริญวัยขึ้น ทรงศึกษาวิชายุทธศาสตร์ เช่น วิชาดาบ มวยปล้ำ เพลงชัย จับช้าง จับม้าและเพลงอาวุธต่างๆ พระชนมายุได้ 16 ปี พาบริวารไปคล้องช้างที่เมืองน่านเจ้าผู้ครองเมืองน่านเห็นความสามารถแล้วพอพระทัย ยกธิดาชื่อ“จันทร์เทวี” ให้เป็นชายาขุนเจื๋อง พระชนมายุได้ 17 ปี พาบริวารไปคล้องช้างที่เมืองแพร่ เจ้าผู้ครองเมืองแพร่พอพระทัย จึงยกธิดาชื่อ “นางแก้วกษัตริย์” ให้เป็นชายา พระราชทานช้าง 200 เชือก ขุนจอมธรรมปกครองเมืองพะเยาได้ 24 ปี พระชนมายุได้ 49 พรรษา ก็สิ้นพระชนม์ขุนเจื๋องได้ครองราชสืบแทน ครองเมืองได้ 6 ปี มีข้าศึกแกว (ญวน) ยกทัพมาประชิดนครเงินยางเชียงแสน ขุนชินผู้เป็นลุง ได้ส่งสาส์นขอให้ส่งไพร่พลไปช่วย ขุนเจื๋องได้รวบรวบรี้พลยกไปชุมนุมกันที่สนามดอนไชยหนองหลวง และเคลื่อนทัพเข้าตีข้าศึกแตกกระจัดกระจายไป เมื่อขุนชินทราบเรื่องก็เลื่อมใสโสมนัสยิ่งนัก ทรงยกธิดาชื่อ “พระนางอั๊วคำคอน” ให้และสละราชสมบัตินครเงินยางเชียงแสนให้ขุนเจื๋องครองแทนเมื่อขุนเจื๋องได้ครองราชเมืองเงินยางแล้ว ทรงพระนามว่า “พระยาเจื๋องธรรมมิกราช”(ตำนานของล้านช้างยกย่องเป็นมหาราช) ได้มอบสมบัติให้โอรสชื่อ“ลาวเงินเรือง” ครองเมืองพะเยาแทนหัวเมืองใหญ่น้อยเหนือใต้ยอมอ่อนน้อม ได้ราชธิดาแกวมาเป็นชายานามว่า “ นางอู่แก้ว” มีโอรส 3 พระองค์คือ ท้าวผาเรืองยี่คำห้าว ท้าวสามชุมแสง ต่อมายกราชสมบัติเมืองแกวให้ท้าวผาเรือง ให้ท้าวคำห้าวไปครองเมืองล้านช้าง ท้าวสามชุมแสงไปครองเมืองน่าน ต่อมาได้โยธาทัพเข้าตีเมืองต่างๆ ที่ยังไม่ยอมสวามิภักดิ์ ทรงชนช้างกับศัตรูเสียทีข้าศึกเพราะชราภาพ จึงถูกฟันคอขาดและสิ้นพระชนม์บนหลังช้าง พวกทหารจึงนำพระเศียรไปบรรจุไว้ที่พระเจดีย์เมืองหิรัญนครเชียงแสน ขุนเจื๋อง ประสูติเมื่อปีพุทธศักราช 1641 ครองราชย์สมบัติเมื่อพระชนมายุ 24 ปีครองแค้วนล้านนา ได้ 24 ปี ครองเมืองแกวได้ 17 ปี รวมพระชนมายุได้ 67 ปี ฝ่ายท้าวจอมผาเรืองราชบุตรขึ้นครองราชสมบัติเมืองพะเยาได้ 14 ปี ก็ถึงแก่พิราลัย
กำเมือง ถ้าคนเมืองบ่อู้แล้วไผจะอู้

*

ออฟไลน์ dezzutti

  • Newbie
  • *
  • 2
  • 0
    • ดูรายละเอียด
Re: ขุนเจื๋องธรรมิกราช
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มีนาคม 31, 2014, 02:28:26 PM »
อ่านเพลิน

*

ออฟไลน์ grapemiiez

  • Newbie
  • *
  • 1
  • 0
    • ดูรายละเอียด
    • sbo
Re: ขุนเจื๋องธรรมิกราช
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2014, 10:52:37 AM »
เป็นข้อมูลที่ดีมากครับ อ่านสนุกไม่น่าเบื่อ

*

ออฟไลน์ Wipaburee

  • Newbie
  • *
  • 2
  • 0
  • อาณาจักรล้านนา
    • ดูรายละเอียด
    • บาคาร่า
Re: ขุนเจื๋องธรรมิกราช
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2014, 03:10:09 PM »
อ่านแล้วได้สาระดีๆเพิ่มมากขึ้นเลยครับ

*

ออฟไลน์ Estherkary

  • Newbie
  • *
  • 2
  • 0
  • อาณาจักรล้านนา
    • ดูรายละเอียด
Re: ขุนเจื๋องธรรมิกราช
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 29, 2015, 02:10:00 PM »
ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีด้วยลงอีกนะ